<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ITNOD</title>
	<atom:link href="http://blog.itnod.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://blog.itnod.com</link>
	<description>IT solutions &#38; Network of Development</description>
	<lastBuildDate>Wed, 01 Feb 2012 02:30:57 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
	
<!-- Start Of Script Generated By WP-PostViews Plus -->
<script type='text/javascript' src='http://blog.itnod.com/wp-includes/js/jquery/jquery.js?ver=1.6.1'></script>
<script type="text/javascript">
/* <![CDATA[ */
/* ]]> */
</script>
<!-- End Of Script Generated By WP-PostViews Plus -->
	<item>
		<title>ใช้ Blog ให้เป็นประโยชน์กับธุรกิจของคุณ</title>
		<link>http://blog.itnod.com/business_it/using-blog/</link>
		<comments>http://blog.itnod.com/business_it/using-blog/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 30 Sep 2009 17:31:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>มิค</dc:creator>
				<category><![CDATA[IT กับธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาด/การขาย]]></category>
		<category><![CDATA[blog]]></category>
		<category><![CDATA[blogger.web log]]></category>
		<category><![CDATA[joomla]]></category>
		<category><![CDATA[wordpress]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.itnod.com/?p=83</guid>
		<description><![CDATA[การใช้ blog ในการโปรโมตธุรกิจนั้น หากคุณใช้อย่างเหมาะสมและมีชั้นเชิงจะทำให้เกิดประสิทธิภาพอย่างมาก และจะสร้างความประทับใจให้กับผู้ใช้ blog ของคุณนับร้อยนับพันคน ซึ่งคนเหล่านี้จะทำให้ยอดขายคุณเพิ่มได้อย่างมหาศาลเลยครับ แต่ก่อนอื่น คุณจำเป็นที่จะต้องทำความเข้าใจในกฏเกณฑ์ของการโปรโมตธุรกิจด้วยเครื่องมือออนไลน์เหล่านี้เสียก่อน เมื่อเข้าใจดีแล้วคุณคงต้องถามตัวเองแน่ๆว่าทำไมเราไม่ทำอย่างนี้ซะตั้งนานแล้วหว่า&#8230; ทำความรู้จักกับ Blog กันก่อน Blog เป็นคำเรียกย่อๆ มาจากคำว่า web log ซึ่งเป็นการนำเสนอความคิดความเห็นหรือข่าวแบบออนไลน์ แต่ละเรื่องราวเขียนขึ้นโดยผู้เขียนซึ่งเรียกว่า blogger การเขียน blog เชื่อกันว่าเริ่มมีขึ้นในช่วงกลางยุค 90 และเกิดมาจาก diary ส่วนตัวออนไลน์ และวารสารออนไลน์ การเขียน blog ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และถูกใช้เป็นเครื่องมือในการเสนอไอเดีย ความคิดเห็น สินค้า บริการ ข่าว และอื่นๆอีกหลายรูปแบบ ในปัจจุบันนี้มี blog นับล้าน หลากหลายหัวข้อเรื่องราวรอให้คนได้อ่าน  blog หลายแห่งสามารถดึงดูดให้ผู้อ่านติดตามได้เป็นจำนวนมาก แต่ก็อีกหลายแห่งเหมือนกันที่แทบจะร้างเพราะไม่มีใครเข้าไปอ่านเลย มีเว็บไซด์หลายแห่งที่จัดอันดับความนิยมของ blog เอาไว้ หากคุณลองเข้าไปดู คุณอาจจะได้ไอเดียว่า จะสร้าง blog อย่างไรให้ได้ผลตอบรับที่น่าพอใจ blog [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft size-full wp-image-84" style="border: 0px;" title="blog-icon" src="http://blog.itnod.com/wp-content/uploads/2009/10/blog-icon.jpg" alt="blog-icon" width="107" height="89" /> การใช้ blog ในการโปรโมตธุรกิจนั้น หากคุณใช้อย่างเหมาะสมและมีชั้นเชิงจะทำให้เกิดประสิทธิภาพอย่างมาก และจะสร้างความประทับใจให้กับผู้ใช้ blog ของคุณนับร้อยนับพันคน ซึ่งคนเหล่านี้จะทำให้ยอดขายคุณเพิ่มได้อย่างมหาศาลเลยครับ แต่ก่อนอื่น คุณจำเป็นที่จะต้องทำความเข้าใจในกฏเกณฑ์ของการโปรโมตธุรกิจด้วยเครื่องมือออนไลน์เหล่านี้เสียก่อน เมื่อเข้าใจดีแล้วคุณคงต้องถามตัวเองแน่ๆว่าทำไมเราไม่ทำอย่างนี้ซะตั้งนานแล้วหว่า&#8230;<span id="more-83"></span></p>
<p><span style="color: #ff6600;"><span style="text-decoration: underline;">ทำความรู้จักกับ Blog กันก่อน</span></span></p>
<p><span style="color: #008000;">Blog </span>เป็นคำเรียกย่อๆ มาจากคำว่า <span style="color: #008000;">web log</span> ซึ่งเป็นการนำเสนอความคิดความเห็นหรือข่าวแบบออนไลน์ แต่ละเรื่องราวเขียนขึ้นโดยผู้เขียนซึ่งเรียกว่า <span style="color: #008000;">blogger</span><br />
การเขียน blog เชื่อกันว่าเริ่มมีขึ้นในช่วงกลางยุค 90 และเกิดมาจาก diary ส่วนตัวออนไลน์ และวารสารออนไลน์ การเขียน blog ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และถูกใช้เป็นเครื่องมือในการเสนอไอเดีย ความคิดเห็น สินค้า บริการ ข่าว และอื่นๆอีกหลายรูปแบบ ในปัจจุบันนี้มี blog นับล้าน หลากหลายหัวข้อเรื่องราวรอให้คนได้อ่าน  blog หลายแห่งสามารถดึงดูดให้ผู้อ่านติดตามได้เป็นจำนวนมาก แต่ก็อีกหลายแห่งเหมือนกันที่แทบจะร้างเพราะไม่มีใครเข้าไปอ่านเลย</p>
<p>มีเว็บไซด์หลายแห่งที่จัดอันดับความนิยมของ blog เอาไว้ หากคุณลองเข้าไปดู คุณอาจจะได้ไอเดียว่า จะสร้าง blog อย่างไรให้ได้ผลตอบรับที่น่าพอใจ</p>
<p>blog มีหลายรูปแบบ เช่น ข้อความ รูปภาพ (photBlog) วิดีโอ(vBlog) หรือเป็นการกระจายเสียงด้วย audio blog</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><span style="text-decoration: underline;">Blog กับธุรกิจของคุณ</span></span></p>
<p>สำหรับเจ้าของธุรกิจเล็กๆที่ไม่ค่อยมีเวลาว่างนัก การเอาเวลามานั่งทำ blog อาจดูเหมือนเป็นสิ่งที่ไร้ประโยชน์ เหนื่อยเปล่า  เพราะจริงๆแล้ว ไม่ใช่ว่าทุกธุรกิจจะได้ประโยชน์จาก blog เสมอไป คุณอาจต้องพิจารณาข้อดีข้อเสียแล้วชั่งใจให้ดีว่าจะลองมาเสี่ยงทำดูมั้ย ซึ่งในขณะที่เจ้าของธุรกิจคนอื่นๆอาจจะนำ blog มาใช้เป็นเครื่องมือการตลาดที่มีประสิทธิภาพ  เนื่องจากผู้ใช้สามารถที่จะค้นหา blog ที่ตัวเองสนใจ โดยใช้ search engine ดังๆ เช่น google หรือ Bing ได้  ดังนั้นหากธุรกิจของคุณเป็นธุรกิจที่โดดเด่น หรือเชี่ยวชาญเฉพาะทาง คุณอาจจะพบว่า blog ของคุณติดอยู่อันดับต้นๆ กลายเป็นที่ดึงดูดและมีคนสนใจติดตามอย่างคาดไม่ถึง ซึ่งมันขึ้นอยู่กับเนื้อหาที่คุณเขียนลงไปแหละครับ</p>
<p>โดยทั่วไปธุรกิจที่จะได้ประโยชน์จาก blog จะเป็นลักษณะตามนี้</p>
<p>- เป็นผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจ หรือผลิตภัณฑ์นั้นๆ<br />
- เป็นธุรกิจที่อยู่ในตลาดใหม่<br />
- ธุรกิจเกี่ยวกับสื่อ<br />
- ธุรกิจที่มุ่งเน้นไปที่ความนิยมชมชอบ เช่น ดนตรี ภาพยนตร์ ละคร รายการโทรทัศน์</p>
<p>ประโยชน์ทางธุรกิจของ blog</p>
<p>ขณะที่ธุรกิจทั้งหลายต่างก็มุ่งไปที่การทำยอดขายและกำไร  blog จะเป็นอีกด้านหนึ่งที่ทำให้ธุรกิจของคุณดูสนุกสนาน ผ่อนคลาย และน่าสนใจขึ้นมาได้เลย ซึ่งอาจทำให้พื้นที่ในตลาดของคุณเพิ่มขึ้นรวมทั้งยอดขายด้วย</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><span style="text-decoration: underline;">เทคนิคในการปรับปรุงเนื้อหาใน blog</span></span></p>
<p>ปัจจัยที่สำคัญของ blog ก็คือตัวเนื้อหา หรือ content นั่นเองครับ ถ้าคุณพยายามที่จะคิดขายสินค้าผ่าน blog ตั้งแต่แรก ผู้อ่าน blog ของคุณคงอยู่ไม่นานแน่ๆ คุณควรใช้วิธีให้ข้อมูลความรู้ข่าวสารที่เป็นประโยชน์ซึ่งเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับตัวธุรกิจหรือกลุ่มอุตสาหกรรมของคุณ แสดงให้เห็นถึงความชำนาญการ จากนั้นผู้อ่านที่สนใจจะคลิกกลับมาดูรายละเอียดสินค้าหรือบริการใน web ของคุณเองครับ</p>
<p>ลักษณะของเนื้อหาที่ดี<br />
- เป็นสิ่งที่ผู้อ่านสนใจ<br />
- เป็นข้อมูลที่รู้ลึกรู้จริง<br />
- ผู้อ่านต้องรู้สึกสนุก ไม่น่าเบื่อ<br />
- ให้ผู้อ่านได้คิด<br />
- ต้องไม่เจตนาขายสินค้าตนเองมากเกินไป<br />
- มีข้อมูลข่าวสารที่ update ตลอด<br />
ผู้ที่จะเขียน blog ให้ประสบความสำเร็จนั้น ต้องใช้เวลาและความพยายามมากพอสมควร คุณต้องคอยปรับปรุงอัพเดตเนื้อหาอยู่เป็นประจำ จะให้ดีต้องอย่างน้อยวันละครั้ง เพราะถ้าคุณไม่อัพเดตบ่อยๆ blog ของคุณจะดูไม่น่าสนใจไปเลยครับ</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><span style="text-decoration: underline;">จะเริ่มทำ blog อย่างไร ?</span></span></p>
<p>มี web หลายแห่งที่ให้คุณสร้าง blog ได้ เรียกว่า blog hosting ซึ่งมีทั้งฟรีและไม่ฟรีขึ้นอยู่กับบริการต่างๆที่แต่ละที่มีให้ เช่น MSN Space  ,  Blogger ,  Word Press<br />
และหากคุณไม่ต้องการใช้บริการ blog hosting คุณก็สามารถสร้าง blog ใน website ของคุณเอง โดยต้องตรวจสอบดูให้ดีว่าผู้ให้บริการ website ของคุณสนับสนุนโปรแกรมสร้าง blog ใดได้บ้าง เช่น Word Press , Joomla! , Strato ซึ่งแบบนี้จะมีข้อดีคือ คุณสามารถบริหารจัดการและหาโอกาสสร้างช่องทางธุรกิจผ่าน blog ของคุณเองได้ทันที</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.itnod.com/business_it/using-blog/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>46</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จะเลือก Domain name อย่างไรดี?</title>
		<link>http://blog.itnod.com/business_it/domain-name/</link>
		<comments>http://blog.itnod.com/business_it/domain-name/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 24 Sep 2009 15:52:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>มิค</dc:creator>
				<category><![CDATA[IT กับธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารจัดการ]]></category>
		<category><![CDATA[domain]]></category>
		<category><![CDATA[domain name]]></category>
		<category><![CDATA[ICANN]]></category>
		<category><![CDATA[ip address]]></category>
		<category><![CDATA[register]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.itnod.com/?p=63</guid>
		<description><![CDATA[     ในระบบอินเทอร์เน็ตจะใช้ลำดับของเลขชุดหนึ่ง ซึ่งเรียกกันว่า IP Address (Internet Protocol Address) ในการจำแนก website ที่มีอยู่นับล้าน แม้คุณจะสามารถใช้เลข IP Address นี้ในการระบุ website ที่คุณอยากดูก็ตาม แต่ส่วนใหญ่แล้วจะนิยมใช้โดเมนเนม (Domain name) ซึ่งจำได้ง่ายและสะดวกกว่า      โดเมนเนมก็คือชื่อที่ใช้แทน IP Address ของ web แต่ละแห่งครับ เช่น เว็บ ITNOD นี้ มี IP address เป็น 122.155.1.58 แต่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจะคุ้นเคยกับ www.itnod.com มากกว่า จากการที่ website ที่มีอยู่จำนวนมากและเพิ่มขึ้นทุกวัน ชื่อหรือคำที่เก๋ไก๋และเป็นที่นิยมได้โดนจับจองไปใช้กันเยอะแล้ว การตั้งชื่อโดยการเล่นคำที่สร้างสรรค์และแหวกแนวมีให้เห็นมากมาย ซึ่งนั่นเป็นความพยายามเพื่อที่จะให้ได้ชื่อที่ดีที่สุดสำหรับ website      บางคนอาจกังวลและยังไม่รู้ว่าการซื้อโดเมนเนมหรือที่เรียกกันว่า &#8220;การจดโดเมน&#8221; นั้นราคาแพงมั้ย &#8230; ขอบอกว่าไม่แพงเลยครับ โดยทั่วไปราคาจะอยู่ที่ 300-1000  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignright size-thumbnail wp-image-76" style="border: 0px;" title="domainname" src="http://blog.itnod.com/wp-content/uploads/2009/09/domainname-150x150.jpg" alt="domainname" width="154" height="116" />     ในระบบอินเทอร์เน็ตจะใช้ลำดับของเลขชุดหนึ่ง ซึ่งเรียกกันว่า IP Address (Internet Protocol Address) ในการจำแนก website ที่มีอยู่นับล้าน แม้คุณจะสามารถใช้เลข IP Address นี้ในการระบุ website ที่คุณอยากดูก็ตาม แต่ส่วนใหญ่แล้วจะนิยมใช้โดเมนเนม (Domain name) ซึ่งจำได้ง่ายและสะดวกกว่า</p>
<p>     โดเมนเนมก็คือชื่อที่ใช้แทน IP Address ของ web แต่ละแห่งครับ เช่น เว็บ ITNOD นี้ มี IP address เป็น 122.155.1.58 แต่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจะคุ้นเคยกับ www.itnod.com มากกว่า จากการที่ website ที่มีอยู่จำนวนมากและเพิ่มขึ้นทุกวัน ชื่อหรือคำที่เก๋ไก๋และเป็นที่นิยมได้โดนจับจองไปใช้กันเยอะแล้ว การตั้งชื่อโดยการเล่นคำที่สร้างสรรค์และแหวกแนวมีให้เห็นมากมาย ซึ่งนั่นเป็นความพยายามเพื่อที่จะให้ได้ชื่อที่ดีที่สุดสำหรับ website<span id="more-63"></span></p>
<p>     บางคนอาจกังวลและยังไม่รู้ว่าการซื้อโดเมนเนมหรือที่เรียกกันว่า &#8220;การจดโดเมน&#8221; นั้นราคาแพงมั้ย &#8230; ขอบอกว่าไม่แพงเลยครับ โดยทั่วไปราคาจะอยู่ที่ 300-1000  บาทต่อปี</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><span style="text-decoration: underline;">Domain name มีกี่แบบ ?</span></span><br />
     ตามที่หน่วยงาน ICANN (Internet Corporation for Assigned Names and Numbers) ได้จัดแบ่งโครงสร้างในการตั้งชื่อโดเมนและกำหนดสิ่งที่เรียกว่าโดเมนเนมระดับบนสุด หรือ top level domain name ตัวอย่างเช่น กำหนดให้ .com เป็น โดเมนเนมระดับบนสุดขององค์กรที่แสวงผลกำไรทางการค้า และ .org สำหรับองค์กรที่ไม่แสวงกำไร  และยังมีโดเมนสำหรับใช้เพื่อธุรกิจของแต่ละประเทศ อย่างเช่นประเทศไทยก็จะเป็น .co.th  แต่ ณ ปัจจุบันนี้ คำลงท้ายโดเมนเนมพวกนี้รับประกันไม่ได้หรอกครับว่า เป็นองค์กรแบบหวังหรือไม่หวังกำไร เพราะมักจะตั้งตามความนิยมกันเสียมากกว่า</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><span style="text-decoration: underline;">ข้อแนะนำในการตั้งชื่อโดเมนเนม</span></span><br />
- ถ้าคุณเลือกจดโดเมนเนมแบบหนึ่งแล้ว ให้ลองจดแบบอื่นมาด้วย เช่น หากคุณเลือก .co.th แล้ว ก็ควรจด .com  .net  .org ไปด้วยเลยครับ<br />
- ควรตั้งชื่อให้สั้นและกระชับ จำง่ายๆ เนื่องจากชื่อที่ยาวไปอาจทำให้ผู้ใช้พิมพ์ผิดได้<br />
- ถ้าชื่อที่คุณคาดหวังไว้แต่แรกดันมีคนจับจองไปซะแล้ว ให้คุณลองเล่นคำ พลิกแพลงออกมาเป็นชื่อใหม่ๆดู<br />
- ชื่อที่เฉพาะเจาะจงเกินไป อาจสร้างปัญหาให้คุณในภายหลังหากว่าธุรกิจของคุณขยายใหญ่โตขึ้นในอนาคต คุณควรเลือกชื่อที่ไม่เฉพาะมาก ลอง นึกถึง website ดังๆทั้งหลายครับ เช่น google , ebay ,yahoo ซึ่งชื่อพวกนี้ไม่ได้เจาะจงไปที่สินค้าหรือบริการใดเป็นการเฉพาะเลย<br />
- อย่าตั้งชื่อลอกเลียนแบบบริษัทอื่น หรือว่า ตั้งใจให้ผู้คนเข้าใจผิด เพราะสุดท้าย ผลเสียมันจะกลับมาหาคุณเองแน่นอน<br />
- อย่าลืมว่าชื่อโดเมนที่คุณจ่ายเงินจดทะเบียนซื้อมา มีระยะเวลาจำกัด อาจแค่ 1-2 ปี เท่านั้น คุณต้องทำการต่ออายุอย่างสม่ำเสมอ มิฉะนั้นอาจโดนคนอื่นหรือคู่แข่งของคุณ เอาชื่อโดเมนคุณไปบริหารกิจการต่อได้เลยครับ อย่าหาว่าไม่เตือน<br />
- คุณอาจซื้อต่อชื่อที่คุณต้องการจากผู้อื่นที่จดทะเบียนไปแล้ว โดยคุณหาได้จาก web ที่ให้บริการตรวจสอบชื่อผู้จดทะเบียนโดเมน เช่น <a href="http://www.whois.com">www.whois.com</a> คุณอาจจะพบว่าเจ้าของชื่อต้องการขายชื่อ หรือคุณอาจติดต่อขอซื้อเขาเองก็ได้<br />
- ถ้าคุณเป็นธุรกิจใหม่ คุณอาจลองใช้วิธีหาชื่อโดเมนเนมของ website คุณให้ได้ก่อน แล้วค่อยเอาชื่อนั้นมาตั้งเป็นชื่อกิจการของคุณ แทนที่จะต้องไปกลุ้มกับชื่อโดเมนที่โดนคนชิงจดไปแล้ว<br />
- หากธุรกิจของคุณต้องทำธุรกรรมกับลูกค้าหรือซัพพลายเออร์ที่อยู่ต่างประเทศ ควจเลือกโดเมนเนมที่ดูอินเตอร์หน่อย เช่นใช้ .com แทนการใช้ .co.th</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.itnod.com/business_it/domain-name/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>66</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>website แบบไหน เหมาะกับธุรกิจของคุณ?</title>
		<link>http://blog.itnod.com/business_it/website-for-your-business/</link>
		<comments>http://blog.itnod.com/business_it/website-for-your-business/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 23 Sep 2009 17:06:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>มิค</dc:creator>
				<category><![CDATA[IT กับธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาด/การขาย]]></category>
		<category><![CDATA[business promotion]]></category>
		<category><![CDATA[ecommerce]]></category>
		<category><![CDATA[web]]></category>
		<category><![CDATA[web promotion]]></category>
		<category><![CDATA[website]]></category>
		<category><![CDATA[website for business]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.itnod.com/?p=53</guid>
		<description><![CDATA[หากคุณทำธุรกิจที่ต้องมีการใช้ website อาจเพื่อโฆษณาหรือเพื่อขายสินค้า สิ่งที่ต้องพิจารณาคือการตัดสินใจว่าจะทำ web แบบไหนดีจึงเหมาะกับธุรกิจของคุณ แล้วจากนั้นก็ต้องคิดว่าคุณจะทำด้วยตัวเองหรือจะจ้างให้เขาทำให้ แต่ไม่ว่ายังไงสิ่งที่คุณต้องจำไว้ให้ขึ้นใจคือ ความประทับใจแรกของลูกค้าหรือผู้ที่เข้ามาใน web คุณ จะเป็นตัวตัดสินธุรกิจของคุณได้เลยนะครับ มาว่าเรื่องหลักการพื้นฐานของ website กันก่อน ว่ากันง่ายๆ website ก็เปรียบเสมือนเป็นหน้าร้านของคุณ โดยที่ website ของคุณสามารถบอกรายละเอียดเกี่ยวกับธุรกิจของคุณได้ คุณสามารถตกแต่งหน้าร้าน online แห่งนี้ให้ดูดีจนทำให้ผู้เยี่ยมชมหลายคนประทับใจและเชื่อมั่นในสินค้าคุณได้ แต่ก็อย่าลืมว่าถ้าคุณทำเว็บออกมาห่วย ก็อย่าหวังว่าสินค้าของคุณจะขายได้ง่ายๆเลยครับเพราะลูกค้าคุณจะเลิกสนใจตั้งแต่เห็นเว็บแล้ว ลองคิดง่ายๆแบบใจเขาใจเรา คือถ้าคุณไปเข้าเว็บของคนอื่น เว็บแบบไหนที่คุณคิดว่ามีแรงดลใจให้คุณอยากซื้อของของเค้านั่นล่ะครับ  สำหรับธุรกิจ SME ที่คิดจะมี website คุณจะต้องพิจารณาถึงสิ่งที่คุณต้องการจริงๆจากเว็บเสียก่อน ว่าคุณอยากให้เว็บของคุณสามารถรับออร์เดอร์จากลูกค้า ชำระเงินได้เลยหรือว่าคุณอยากได้เว็บที่ใช้เพื่อโฆษณากิจการของคุณเท่านั้น  คุณคาดหวังว่าจะมีผู้เข้ามาดูเว็บคุณจำนวนเท่าไร และลูกค้าที่เข้าเว็บคุณเค้าต้องการจะดูอะไร กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของกิจการคุณเค้าใช้คอมพิวเตอร์หรือเล่นอินเตอร์เน็ตกันหรือเปล่า แล้ว website แบบไหนล่ะ ถึงจะเหมาะ? เว็บที่ใช้แนะนำหรือเปิดตัวธุรกิจ เว็บแนวนี้เป็นทางเลือกที่ทำได้ไม่ยากครับ เพราะไม่จำเป็นต้องใช้เทคนิคชั้นสูงอย่างการออกแบบระบบซื้อขาย shopping cart อะไรแบบนั้น  คุณเพียงแต่ใช้เว็บของคุณเป็นสื่อในการนำเสนอสินค้าหรือบริการของคุณ พร้อมทั้งระบุที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ หรือ email address [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="size-thumbnail wp-image-74 alignright" style="border: 0px;" title="www for business" src="http://blog.itnod.com/wp-content/uploads/2009/09/web2-150x150.gif" alt="choose right website" width="120" height="106" /></p>
<p>หากคุณทำธุรกิจที่ต้องมีการใช้ website อาจเพื่อโฆษณาหรือเพื่อขายสินค้า สิ่งที่ต้องพิจารณาคือการตัดสินใจว่าจะทำ web แบบไหนดีจึงเหมาะกับธุรกิจของคุณ แล้วจากนั้นก็ต้องคิดว่าคุณจะทำด้วยตัวเองหรือจะจ้างให้เขาทำให้ แต่ไม่ว่ายังไงสิ่งที่คุณต้องจำไว้ให้ขึ้นใจคือ ความประทับใจแรกของลูกค้าหรือผู้ที่เข้ามาใน web คุณ จะเป็นตัวตัดสินธุรกิจของคุณได้เลยนะครับ<span id="more-53"></span></p>
<p><span style="color: #ff6600;"><span style="text-decoration: underline;">มาว่าเรื่องหลักการพื้นฐานของ website กันก่อน</span></span></p>
<p>ว่ากันง่ายๆ website ก็เปรียบเสมือนเป็นหน้าร้านของคุณ โดยที่ website ของคุณสามารถบอกรายละเอียดเกี่ยวกับธุรกิจของคุณได้ คุณสามารถตกแต่งหน้าร้าน online แห่งนี้ให้ดูดีจนทำให้ผู้เยี่ยมชมหลายคนประทับใจและเชื่อมั่นในสินค้าคุณได้ แต่ก็อย่าลืมว่าถ้าคุณทำเว็บออกมาห่วย ก็อย่าหวังว่าสินค้าของคุณจะขายได้ง่ายๆเลยครับเพราะลูกค้าคุณจะเลิกสนใจตั้งแต่เห็นเว็บแล้ว ลองคิดง่ายๆแบบใจเขาใจเรา คือถ้าคุณไปเข้าเว็บของคนอื่น เว็บแบบไหนที่คุณคิดว่ามีแรงดลใจให้คุณอยากซื้อของของเค้านั่นล่ะครับ  สำหรับธุรกิจ SME ที่คิดจะมี website คุณจะต้องพิจารณาถึงสิ่งที่คุณต้องการจริงๆจากเว็บเสียก่อน ว่าคุณอยากให้เว็บของคุณสามารถรับออร์เดอร์จากลูกค้า ชำระเงินได้เลยหรือว่าคุณอยากได้เว็บที่ใช้เพื่อโฆษณากิจการของคุณเท่านั้น  คุณคาดหวังว่าจะมีผู้เข้ามาดูเว็บคุณจำนวนเท่าไร และลูกค้าที่เข้าเว็บคุณเค้าต้องการจะดูอะไร กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของกิจการคุณเค้าใช้คอมพิวเตอร์หรือเล่นอินเตอร์เน็ตกันหรือเปล่า</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><span style="text-decoration: underline;">แล้ว website แบบไหนล่ะ ถึงจะเหมาะ?</span></span></p>
<p><span style="text-decoration: underline;">เว็บที่ใช้แนะนำหรือเปิดตัวธุรกิจ</span></p>
<p>เว็บแนวนี้เป็นทางเลือกที่ทำได้ไม่ยากครับ เพราะไม่จำเป็นต้องใช้เทคนิคชั้นสูงอย่างการออกแบบระบบซื้อขาย shopping cart อะไรแบบนั้น  คุณเพียงแต่ใช้เว็บของคุณเป็นสื่อในการนำเสนอสินค้าหรือบริการของคุณ พร้อมทั้งระบุที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ หรือ email address เพื่อให้ผู้ที่สนใจติดต่อกลับมาหาคุณ มันก็เหมือนกับการที่คุณทำแคตตาล็อกสินค้าให้ลูกค้าคุณดูนั่นแหละครับ แต่อย่างว่าล่ะครับ การออกแบบ website ให้ออกมาดูดีนั้นมันคงไม่ง่ายแค่การเอาโบรชัวร์สินค้ามาก๊อปแปะบน web คุณหรอกครับ</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">เว็บที่ใช้เพื่อการขาย</span></p>
<p>เว็บแบบนี้ถือว่าเป็นเว็บที่ผู้ประกอบธุรกิจ SME ไฝ่ฝันเลยครับ ลองคิดดูสิครับว่าหากผู้เข้าชมเว็บของคุณเข้ามาหาสินค้าที่เขาต้องการและสั่งซื้อได้ในทันทีตลอดเวลา ซึ่งหมายถึงรายได้ของคุณจะเกิดขึ้นได้ทั้งวันทั้งคืนเลยครับ แต่การทำเว็บลักษณะนี้มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆครับ คุณอาจต้องมีความรู้เกี่ยวกับกระบวนการสั่งสินค้าและชำระเงิน online พอสมควรเลยทีเดียว</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><span style="text-decoration: underline;">ต้นทุนในการทำ website</span></span><br />
ธุรกิจ SME ส่วนมากจะใช้วิธีการจ้างคนภายนอกมาทำให้ ซึ่งคุณต้องมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่การออกแบบจนถึงการนำขึ้นใช้งานจริง และยังมีตอนจะปรับปรุงเพิ่มเติมแก้ไขอีกด้วยครับ รับรองว่างบคุณอาจบานเอาง่ายๆ ทางที่ดีในองค์กรของคุณควรมีผู้เชี่ยวชาญด้านนี้อยู่ด้วย และคุณก็ควรศึกษาวิธีการในการ update เพิ่มเติมเปลี่ยนแปลง website ของคุณบ้าง<br />
แล้วก็อย่าละเลยกับการให้ความสำคัญในเรื่องการ design หน้าตา web คุณให้สวยงามดูดีด้วยนะครับ</p>
<p>การสร้าง website นับว่าเป็นบทเรียนการตลาดที่ดี เพราะมันเป็นการบังคับให้คุณต้องมองให้ทะลุปรุโปร่งเกี่ยวกับคุณลักษณะและประโยชน์ของสินค้าและบริการของคุณ เพื่อที่คุณจะได้สื่อสารกับผู้เข้าชมเว็บของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.itnod.com/business_it/website-for-your-business/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>105</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รู้จักกับการทำตลาดด้วย email  (Email marketing)</title>
		<link>http://blog.itnod.com/business_it/email_marketing/</link>
		<comments>http://blog.itnod.com/business_it/email_marketing/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 Sep 2009 10:59:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>มิค</dc:creator>
				<category><![CDATA[IT กับธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาด/การขาย]]></category>
		<category><![CDATA[email]]></category>
		<category><![CDATA[email list]]></category>
		<category><![CDATA[email marketing]]></category>
		<category><![CDATA[marketing]]></category>
		<category><![CDATA[response tracking]]></category>
		<category><![CDATA[spam]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mick.itnod.com/?p=31</guid>
		<description><![CDATA[            เจ้าของกิจการหลายๆท่านคงมีความคิดที่จะหาลูกค้าเป้าหมายและโฆษณาประชาสัมพันธ์ธุรกิจของคุณผ่านทาง email เพราะคิดว่าง่ายและแทบจะไม่ต้องมีต้นทุนอะไรเลย อีกทั้งยังส่งได้รวดเร็วอีกด้วย เพียงแค่หารายชื่อ email มาให้ได้เยอะๆไว้ แล้วส่งทีเดียวกระจายไปให้ทั่ว แล้วนั่งรอผลตอบรับจากคนที่สนใจ ช่างเป็นความคิดที่สวยหรูดีจริงๆครับ      แต่ในความเป็นจริง วิธีการแบบนี้ชาวบ้านเค้าเรียกกันว่า spam ครับ !! และจากการสำรวจแล้ว ผู้รับ email จะไม่ค่อยปลื้มสักเท่าไรหรอกครับ อย่าเพิ่งท้อใจไปครับ มันยังมีหนทางที่จะได้ลูกค้าที่ตรงเป้าหมายด้วยการส่ง email แต่คุณต้องเข้าใจและใช้มันให้เป็นครับ.. งั้นลองมาทำความเข้าใจกันดีกว่า ทำไมถึงต้องใช้วิธีทำตลาดด้วย email (Email marketing) ?      อย่างที่กล่าวไปครับว่าการส่ง email เป็นวิธีใช้สื่อที่ประหยัดต้นทุนและส่งถึงลูกค้าได้ทีละมากๆ จากสถิติพบว่าในแต่ละวัน มีการส่ง email กันถึงวันละประมาณ 450 ล้านฉบับทั่วโลก แล้วถ้าคุณออกแบบตกแต่งเนื้อหาใน email ของคุณให้ดูดี น่าสนใจ คุณจะพบว่าผลตอบรับจะดีกว่าการส่งใบโฆษณาหรือแคตตาล็อกเป็นจดหมายกระดาษเสียอีกครับ แล้วเมื่อไหร่ที่ไม่สมควรใช้วิธี Email marketing ล่ะ?      ลองดูลูกค้าของคุณให้ดีๆว่า เป็นกลุ่มที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นหลักหรือไม่ หรือว่าแค่มี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="mceTemp"> <img class="size-thumbnail wp-image-69 alignleft" style="border: 0px;" title="email-marketing" src="http://blog.itnod.com/wp-content/uploads/2009/09/email-marketing-150x150.jpg" alt="email marketing" width="138" height="135" />    </div>
<div class="mceTemp">      เจ้าของกิจการหลายๆท่านคงมีความคิดที่จะหาลูกค้าเป้าหมายและโฆษณาประชาสัมพันธ์ธุรกิจของคุณผ่านทาง email เพราะคิดว่าง่ายและแทบจะไม่ต้องมีต้นทุนอะไรเลย อีกทั้งยังส่งได้รวดเร็วอีกด้วย เพียงแค่หารายชื่อ email มาให้ได้เยอะๆไว้ แล้วส่งทีเดียวกระจายไปให้ทั่ว แล้วนั่งรอผลตอบรับจากคนที่สนใจ ช่างเป็นความคิดที่สวยหรูดีจริงๆครับ</div>
<p>     แต่ในความเป็นจริง วิธีการแบบนี้ชาวบ้านเค้าเรียกกันว่า spam ครับ !! และจากการสำรวจแล้ว ผู้รับ email จะไม่ค่อยปลื้มสักเท่าไรหรอกครับ</p>
<p>อย่าเพิ่งท้อใจไปครับ มันยังมีหนทางที่จะได้ลูกค้าที่ตรงเป้าหมายด้วยการส่ง email แต่คุณต้องเข้าใจและใช้มันให้เป็นครับ.. งั้นลองมาทำความเข้าใจกันดีกว่า<span id="more-31"></span></p>
<p><span style="color: #ff6600;"><span style="text-decoration: underline;">ทำไมถึงต้องใช้วิธีทำตลาดด้วย email (Email marketing) ?</span><br />
</span>     อย่างที่กล่าวไปครับว่าการส่ง email เป็นวิธีใช้สื่อที่ประหยัดต้นทุนและส่งถึงลูกค้าได้ทีละมากๆ จากสถิติพบว่าในแต่ละวัน มีการส่ง email กันถึงวันละประมาณ 450 ล้านฉบับทั่วโลก แล้วถ้าคุณออกแบบตกแต่งเนื้อหาใน email ของคุณให้ดูดี น่าสนใจ คุณจะพบว่าผลตอบรับจะดีกว่าการส่งใบโฆษณาหรือแคตตาล็อกเป็นจดหมายกระดาษเสียอีกครับ</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><span style="text-decoration: underline;">แล้วเมื่อไหร่ที่ไม่สมควรใช้วิธี Email marketing ล่ะ?</span><br />
</span>     ลองดูลูกค้าของคุณให้ดีๆว่า เป็นกลุ่มที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นหลักหรือไม่ หรือว่าแค่มี email เอาไว้โก้ๆ แต่ไม่ค่อยได้เข้ามาเช็คดูเลย ถ้าเรายังดันทุรังทำการตลาดด้วย email กับคนกลุ่มนี้ อาจจะเสียเปล่า หรือกลับกลายเป็นผลเสียก็ได้ครับ หากพวกเขาคิดว่าเป็น spam email หรือ email ขยะ เขาจะมองคุณในแง่ลบทันที ทีนี้ชื่อเสียงของธุรกิจของคุณอาจจะยากที่จะกู้กลับมาก็ได้นะครับ</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><span style="text-decoration: underline;">ธุรกิจขายรายชื่อ Email</span></span><br />
     อาจพบได้มากมายใน internet ที่ทำธุรกิจโดยเอารายชื่อ email address มาขาย โดยจะอ้างว่ารายชื่อของเขาเชื่อถือได้ และ email นับพันนับหมื่นชื่อเหล่านั้นมีอยู่จริง และตรงกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ คุณจงระวังไว้ให้ดีๆนะครับ คุณควรตรวจดูให้แน่ใจว่าข้อมูลที่คุณจะซื้อ มาจากคนที่น่าเชื่อถือ โดยอาจดูว่าลูกค้ารายอื่นๆที่ซื้อไป ใช้แล้วมีผลตอบรับอย่างไรบ้าง ถ้าเชื่อถือได้จริงๆค่อยซื้อ เพราะหากพลาดไป ไม่ใช่แค่เสียดายเงินค่าซื้อรายชื่อ email  แต่มันยังเป็นการเอาชื่อเสียงกิจการคุณไปเสี่ยงด้วยครับ เพราะว่าผู้ค้าบางคนอาจได้รายชื่อมาจาก software อัตโนมัติที่ทำการดักจับ email address จาก website หรือ forward email ใน internet ซึ่งแทบไม่มีความน่าเชื่อถือเลย</p>
<p>     ความเป็นจริงแล้ว รายชื่อ email ที่ดีที่สุดก็คือ รายชื่อที่คุณเก็บรวบรวมจากการทำธุรกิจของคุณเอง โดยการทำระบบสมาชิก หรือระบบข้อมูลคู่ค้า และต้องมีการระบุข้อตกลงในการรับข่าวสารทาง email ของผู้รับด้วย</p>
<p>     เมื่อคุณมีรายชื่อ email แล้ว เรื่องการส่ง email ไม่ใช่เป็นเรื่องยากอะไร แค่ใช้โปรแกรมอย่างพวก MS Outlook หรือส่งผ่าน webmail คุณคงเคยใช้มาบ้างแล้ว แต่ที่ต้องสนใจเป็นพิเศษคือข้อกำหนดในการส่ง email ของผู้ให้บริการ email หรือว่า ISP ของคุณ เพราะว่าผู้ให้บริการส่วนใหญ่จะมีระบบการตรวจสอบพฤติกรรมการส่งemail หากพบว่าส่งปริมาณมากผิดปกติ คุณอาจโดนตราหน้าว่าเป็นผู้ส่ง spam ไปเลยก็ได้นะครับ</p>
<p>     จำไว้อีกอย่างนะครับว่าการใส่ email ของผู้รับลงในช่อง TO: หรือ CC:  ผู้รับทุกคนจะมองเห็นกันหมดครับว่า email นี้ส่งไปให้ใครบ้าง ซึ่งอาจไม่เป็นการดีนัก คุณสามารถที่จะใช้ช่อง BCC: (Blind carbon copy) แทนได้ครับ เพราะจะไม่ทำให้ผู้รับแต่ละคนมองเห็นชื่อผู้รับคนอื่นๆได้</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><span style="text-decoration: underline;">เคล็ดลับในการวัดผลตอบรับของการทำตลาดด้วย email</span><br />
</span>     มีเทคนิคที่ใช้ในการวัดผลตอบรับได้ เช่น การใส่ link ไปในเนื้อหาของ email เพื่อให้ผู้ใช้คลิกเข้ามายังหน้า web ที่มีการใส่โปรแกรมเก็บสถิติไว้ หรือคุณอาจใช้วิธีให้ตอบกลับทาง email ที่คุณสร้างขึ้นมาสำหรับเฉพาะเรื่องนั้นๆก็ได้ เช่น หากเป็นการประชาสัมพันธ์โปรโมชั่นของเดือนตุลาคม 2009 คุณอาจตั้ง email ชื่อ  promotion_october2009@yourcompany.com และใช้ในการติดต่อกับลูกค้าของคุณเฉพาะโปรโมชั่นนี้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.itnod.com/business_it/email_marketing/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>40</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เลือกที่จะใช้ Low Cost Computer ดีมั้ย ?</title>
		<link>http://blog.itnod.com/business_it/low-cost-computer/</link>
		<comments>http://blog.itnod.com/business_it/low-cost-computer/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 15 Sep 2009 17:49:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>มิค</dc:creator>
				<category><![CDATA[IT กับธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารจัดการ]]></category>
		<category><![CDATA[Acer Aspire One]]></category>
		<category><![CDATA[Asus Eee]]></category>
		<category><![CDATA[Dell Inspiron Mini 9]]></category>
		<category><![CDATA[Low cost computer]]></category>
		<category><![CDATA[MSI Wind]]></category>
		<category><![CDATA[netbook]]></category>
		<category><![CDATA[nettop]]></category>
		<category><![CDATA[คอมพิวเตอร์ราคาถูก]]></category>
		<category><![CDATA[เน็ตท้อป]]></category>
		<category><![CDATA[เน็ตบุ๊ค]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mick.itnod.com/?p=21</guid>
		<description><![CDATA[        อย่างที่ทุกท่านรู้กันดีว่าธุรกิจย่อมต้องหาวิธีในการลดต้นทุน ซึ่งนั่นก็รวมถึงการเลือกซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ IT ด้วยครับ โดยช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เห็นได้ชัดว่าราคาของเครื่องและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ลดลงอย่างมาก ในขณะที่ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น โดยเป็นผลมาจากการพัฒนาวิธีการผลิต ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและกระบวนการแข่งขันทางการตลาด      แทบไม่น่าเชื่อเลยใช่มั้ยครับว่าเดี๋ยวนี้เราจะสามารถซื้อโน๊ตบุ๊คตัวละไม่ถึงหมื่นมาใช้ได้ &#8230; แต่อย่าเพิ่งพิจารณาแต่ราคาอย่างเดียวนะครับ ลองมาศึกษาข้อเท็จจริงกันดีกว่า&#8230; มารู้จักกับ Low Cost Computer กันก่อน      คอมพิวเตอร์ราคาถูก ราคาประหยัด ต้นทุนต่ำ หรือที่เรียกกันว่า low cost computer นั้น อาจถือได้ว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ที่เป็นผลมาจากการลดต้นทุนในการผลิต โดยอาจทำให้ราคาขายถูกกว่าคอมพิวเตอร์ทั่วไปเกินกว่าครึ่ง จะว่าไปแล้วถูกกว่าเครื่องคอมมือสองบางยี่ห้อเสียอีกครับ และบางแบรนด์ดังๆก็หันลงมาเล่นตลาด low cost เองก็มี  ซึ่งเหตุผลหลักๆของราคาที่ถูกของมันมาจากการพัฒนาอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ และความต้องการให้มีผู้ใช้อย่างแพร่หลายที่สุด โดยเฉพาะภาคธุรกิจและการศึกษา เพื่อผู้ใช้จะได้สะดวกในการเข้าถึงแหล่งความรู้ และใช้ในการติดต่อสื่อสาร โดยอาศัยนิยามที่ว่า &#8220;ราคาต่ำแต่ไว้วางใจได้ในคุณภาพ&#8221; หลายคนอาจยังนึกภาพไม่ออกว่า Low Cost Computer มันเป็นยังไง ยกตัวอย่างในปัจจุบันที่เราเห็นๆกัน ก็เช่นเครื่องโน้ตบุ๊คขนาดเล็ก หรือที่เรียกว่า netbook นั่นแหละครับ หรือบางคนอาจจะเคยได้ยินเกี่ยวกับเครื่อง desktop [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="size-thumbnail wp-image-72 alignleft" style="border: 0px;" title="lowcost_pc" src="http://blog.itnod.com/wp-content/uploads/2009/09/lowcost_pc-150x150.jpg" alt="lowcost_pc" width="124" height="126" /></p>
<p> </p>
<p>      อย่างที่ทุกท่านรู้กันดีว่าธุรกิจย่อมต้องหาวิธีในการลดต้นทุน ซึ่งนั่นก็รวมถึงการเลือกซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ IT ด้วยครับ โดยช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เห็นได้ชัดว่าราคาของเครื่องและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ลดลงอย่างมาก ในขณะที่ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น โดยเป็นผลมาจากการพัฒนาวิธีการผลิต ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและกระบวนการแข่งขันทางการตลาด</p>
<p>     แทบไม่น่าเชื่อเลยใช่มั้ยครับว่าเดี๋ยวนี้เราจะสามารถซื้อโน๊ตบุ๊คตัวละไม่ถึงหมื่นมาใช้ได้ &#8230; แต่อย่าเพิ่งพิจารณาแต่ราคาอย่างเดียวนะครับ ลองมาศึกษาข้อเท็จจริงกันดีกว่า&#8230;<span id="more-21"></span></p>
<p><span style="color: #ff6600;"><span style="text-decoration: underline;">มารู้จักกับ Low Cost Computer กันก่อน</span></span><br />
     คอมพิวเตอร์ราคาถูก ราคาประหยัด ต้นทุนต่ำ หรือที่เรียกกันว่า low cost computer นั้น อาจถือได้ว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ที่เป็นผลมาจากการลดต้นทุนในการผลิต โดยอาจทำให้ราคาขายถูกกว่าคอมพิวเตอร์ทั่วไปเกินกว่าครึ่ง จะว่าไปแล้วถูกกว่าเครื่องคอมมือสองบางยี่ห้อเสียอีกครับ และบางแบรนด์ดังๆก็หันลงมาเล่นตลาด low cost เองก็มี  ซึ่งเหตุผลหลักๆของราคาที่ถูกของมันมาจากการพัฒนาอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ และความต้องการให้มีผู้ใช้อย่างแพร่หลายที่สุด โดยเฉพาะภาคธุรกิจและการศึกษา เพื่อผู้ใช้จะได้สะดวกในการเข้าถึงแหล่งความรู้ และใช้ในการติดต่อสื่อสาร โดยอาศัยนิยามที่ว่า &#8220;ราคาต่ำแต่ไว้วางใจได้ในคุณภาพ&#8221;</p>
<p>หลายคนอาจยังนึกภาพไม่ออกว่า Low Cost Computer มันเป็นยังไง ยกตัวอย่างในปัจจุบันที่เราเห็นๆกัน ก็เช่นเครื่องโน้ตบุ๊คขนาดเล็ก หรือที่เรียกว่า netbook นั่นแหละครับ หรือบางคนอาจจะเคยได้ยินเกี่ยวกับเครื่อง desktop PC ขนาดเล็กกระทัดรัดที่เรียกว่า nettop ..นั่นก็ด้วยครับ</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><span style="text-decoration: underline;">ข้อดีของ Low Cost Computer</span></span><br />
     จะว่ากันง่ายๆ ข้อดีของมันก็คือราคาถูกนี่แหละครับ ด้วยราคาที่ถูกแสนถูกทำให้บางหน่วยงานไม่ลังเลที่จะซื้อไปให้พนักงานใช้ โดยเฉพาะพนักงานภาคสนาม เช่น พนักงานขาย ที่จำเป็นต้องใช้ฟังก์ชั่นพื้นฐานทั่วไป โน้ตบุ๊ค Low cost เพียงเครื่องเดียวก็ช่วยทำให้สะดวกในการทำงานขึ้นเยอะครับ บางคนอาจใช้เพื่อรับส่งข้อมูล Online กับข้อมูลในสำนักงาน ทำให้ประหยัดเวลาได้มาก  นอกจากนี้ยังคุ้มกว่าการไปซื้อเครื่องคอมมือสองมาใช้ในราคาที่ใกล้เคียงกัน เนื่องจากการซื้อเครื่องใหม่คุณจะได้การรับประกันอย่างดี ในขณะที่เครื่องมือสองการรับประกันจะสั้นและอายุการใช้งานก็คงเหลือไม่มากนัก อีกอย่าง การใช้เครื่องมือสองอาจมีผลกับภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพของคุณในสายตาของลูกค้าก็เป็นได้นะครับ</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><span style="text-decoration: underline;">คิดสักนิด ก่อนซื้อ Low Cost Computer<br />
</span></span>     อาจมีบางคนที่ผิดหวังกับ Low Cost Computer เนื่องจากไม่ได้ศึกษาข้อมูลก่อนซื้อ เช่น ถ้าคุณหวังว่าเมื่อคุณเปิดเครื่องแล้วจะพบโลโก้ ของ Microsoft Windows ขึ้นมา คุณอาจต้องตกใจที่พบกับโลโก้ของ Linux แทนซะงั้น ถึงแม้หน้าตาและการใช้งานอาจทำให้ดูเหมือน Windows แต่มันยังมีหลายต่อหลายอย่างที่แตกต่างกันซึ่งคุณจำเป็นต้องเรียนรู้การใช้งาน<br />
     และถึงแม้บางเครื่องอาจติดตั้ง Microsoft Windows มาให้แล้ว แต่คุณอาจเจอปัญหาเมื่อต้องใช้งานหลายๆโปรแกรมพร้อมๆกัน หรือโปรแกรมที่ต้องใช้หน่วยความจำมากๆ คุณต้องทนเจอกับความช้าลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากข้อจำกัดด้านหน่วยความจำของคอมพิวเตอร์ราคาประหยัดนั่นเอง</p>
<p>สุดท้ายนี้ขอสรุปง่ายๆเลยนะครับ<br />
- Low Cost Computer ราคาถูก<br />
- ใช้งานฟังก์ชั่นพื้นฐานทั่วไปได้ในระดับดี<br />
- คุ้มค่าและวางใจได้มากกว่าการซื้อคอมพิวเตอร์มือสอง<br />
- ประสิทธิภาพอาจด้อยกว่าคอมพิวเตอร์แบรนด์เนมระดับสูง<br />
- ไม่เหมาะกับการใช้งานที่ต้องใช้สมรรถนะเครื่องสูง</p>
<p>ดังนั้นผู้สนใจจะซื้อ Low Cost Computer อย่าลืมศึกษาคุณสมบัติของตัวเครื่อง ระบบปฏิบัติการ และรูปแบบของงานที่จะใช้ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อนะครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.itnod.com/business_it/low-cost-computer/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>51</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>web นี้มีอะไร ?</title>
		<link>http://blog.itnod.com/editor_talk/what-s/</link>
		<comments>http://blog.itnod.com/editor_talk/what-s/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 13 Sep 2009 04:15:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>มิค</dc:creator>
				<category><![CDATA[แวะทักทาย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mick.itnod.com/?p=1</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่แหล่งรวมความรู้ที่น่าสนใจเกี่ยวกับ IT แห่งนี้ครับ      คงไม่มีใครปฏิเสธว่า ทุกวันนี้ เทคโนโลยีสารสนเทศและข้อมูลข่าวสาร (Information Technology : IT) มีบทบาทสำคัญกับชีวิตประจำวันของทุกคน ทุกแวดวง ทั้งในทางธุรกิจ การศึกษา การเมือง เศรษฐกิจ บันเทิง ฯลฯ ซึ่งหลายคนอาจยังไม่ทราบว่าจะนำ IT มาใช้ให้เกิดประโยชน์อะไรกับตนเองหรือกับองค์กรได้บ้าง นอกจากการนำคอมพิวเตอร์มาใช้พิมพ์งาน เล่นเกม เล่น net  ดูหนัง ฟังเพลง &#8230;.         จากประสบการณ์ของผมเชื่อว่า การได้คำแนะนำหรือความรู้ที่เป็นประโยชน์ แม้เพียงน้อยนิด อาจทำให้คุณฉุกคิดและเกิดไอเดียใหม่ๆเพื่อพัฒนาต่อยอดความรู้ของคุณ บางคนอาจนำไปใช้แก้ปัญหาหรือพัฒนาองค์กร หรือบางคนอาจใช้เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆด้วยไอเดียสุดเจ๋งก็เป็นไปได้นะครับ      ดังนั้น website ITNOD แห่งนี้จึงเกิดขึ้นเพื่อแบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ และไอเดียทางด้าน IT ในทุกแวดวง ให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ได้ศึกษากันครับ มีอะไรก็แนะนำติชมกันได้นะคร้าบ &#8230;. Mick.]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่แหล่งรวมความรู้ที่น่าสนใจเกี่ยวกับ IT แห่งนี้ครับ</p>
<p>     คงไม่มีใครปฏิเสธว่า ทุกวันนี้ เทคโนโลยีสารสนเทศและข้อมูลข่าวสาร (Information Technology : IT) มีบทบาทสำคัญกับชีวิตประจำวันของทุกคน ทุกแวดวง ทั้งในทางธุรกิจ การศึกษา การเมือง เศรษฐกิจ บันเทิง ฯลฯ ซึ่งหลายคนอาจยังไม่ทราบว่าจะนำ IT มาใช้ให้เกิดประโยชน์อะไรกับตนเองหรือกับองค์กรได้บ้าง นอกจากการนำคอมพิวเตอร์มาใช้พิมพ์งาน เล่นเกม เล่น net  ดูหนัง ฟังเพลง &#8230;.   </p>
<p>     จากประสบการณ์ของผมเชื่อว่า การได้คำแนะนำหรือความรู้ที่เป็นประโยชน์ แม้เพียงน้อยนิด อาจทำให้คุณฉุกคิดและเกิดไอเดียใหม่ๆเพื่อพัฒนาต่อยอดความรู้ของคุณ บางคนอาจนำไปใช้แก้ปัญหาหรือพัฒนาองค์กร หรือบางคนอาจใช้เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆด้วยไอเดียสุดเจ๋งก็เป็นไปได้นะครับ</p>
<p>     ดังนั้น website ITNOD แห่งนี้จึงเกิดขึ้นเพื่อแบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ และไอเดียทางด้าน IT ในทุกแวดวง ให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ได้ศึกษากันครับ มีอะไรก็แนะนำติชมกันได้นะคร้าบ &#8230;.</p>
<p>Mick.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.itnod.com/editor_talk/what-s/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>33</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

